วันจันทร์ที่ 3 ตุลาคม พ.ศ. 2554

ละลุ

ละลุ เป็นภาษาเขมร แปลว่าทะลุ มีลักษณะคล้ายแพะเมืองผีในจังหวัดแพร่ เกิดจากการยุบตัวหรือพังทลายของดินที่อ่อนและหนาแน่นน้อยด้วยอิทธิพลของน้ำและลมที่กัดกร่อน ส่วนดินที่มีความหนาแน่นมากและแข็งตัวจะไม่ยุบตัว ปรากฏการณ์นี้เกิดเฉพาะท้องถิ่น โดยเฉพาะพื้นที่ที่มีภูมิประเทศเป็นดินปนทราย
ที่ตั้ง        บ้านคลองยาง ต.ทัพราช อ.ตาพระยา     รถยนต์จาก อ.อรัญประเทศ ใช้ทางหลวงหมายเลข 348 ไปทางอ.ตาพระยาประมาณ35.5กิโลเมตร แล้วเลี้ยวเข้าทางหลวงหมายเลข 3486 ไปอีก 4.5 กิโลเมตร พบทางแยกเข้าละลุทางซ้ายให้เลี้ยวเข้าไป 18 กิโลเมตร ผ่านโรงเรียนบ้านหนองผักแว่นทางซ้ายไปจะพบสามแยก ให้เลี้ยวซ้ายไป 500 เมตร ศูนย์บริการนักท่องเที่ยวอยู่ทางซ้ายมือ
สิ่งที่น่าสนใจ        ละลุบ้านคลองยางมีเนื้อที่ทั้งหมด 2000ไร่ ผ่านการ กัดกร่อนของน้ำและลมจนกลายเป็นประติมากรรมธรรมชาติรูปทรงแปลกตา ชวนให้จินตนาการว่าคล้ายกำแพงเมือง คล้ายยอดปราสาท ยอดเจดีย์ หอคอย บ้่านเรือน หรือเห็ดยักษ์ เมื่อประกอบกับสภาพอากาศที่ร้อนแห้งแล้ง ดินเป็นดินทรายสีส้ม จึงเสมือนนักท่องเที่ยวกำลังท่องดินแดนมหัศจรรย์

สหกรณ์โคนมวังน้ำเย็น

สหกรณ์โคนมวังน้ำเย็น จำกัด เป็นแหล่งผลิตน้ำนมใหญ่เป็นอันดับ 2 ของประเทศ ก่อตั้งเมื่อ พ.ศ.2530 ปัจจุบันมีสมาชิก 1,000 กว่าราย มีระบบการจัดการที่ดี จนได้รับการคัดเลือกให้เป็นสหกรณ์ดีเด่นแห่งชาติ ประจำปี พ.ศ.2540 ควบคุมขั้นตอนการผลิตอย่างมีคุณภาพ เลือกสรรวัตถุดิบคุณภาพสูง น้ำนมมีรสชาติหอม มัน อร่อย ด้านหน้าสหกรณ์มีจุดจำหน่ายผลิตภัณฑ์นมยูเอสที ระหว่างเวลา 09.00 - 17.00 น. ทุกวัน สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม โทร. 0-3725-1862-3,0-3751-7111-3
ที่ตั้ง เลขที่่ 669 หมู่ 1 ตำบลวังใหม ตั้งอยู่บริเวณสี่แยกคลองหาด รถยนต์   ใช้ทางหลวงหมายเลข 317 สาย สระแก้ว - จันทบุรี
สิ่งที่น่าสนใจ "นมจากเต้า" สดใหม่จากโคนมในพื้นที่ที่มีอยู่กว่า 3 หมื่นตัว ปริมาณน้ำนมดิบวันละเกือบ 200 ตัน สู่กระบวนการผลิตและการตรวจสอบคุณภาพด้วยโรงงานอันทันสมัย ที่พร้อมเปิดให้ผู้สนใจเยี่ยมชม และเลือกซื้อผลิตภัณฑ์นมหลากหลายประเภท ทั้ง นมยูเอชที รสหวาน รสจืด นมเปรี้ยวหลากหลายรสชาติ ส่วนใหญ่ร้อยละ 90 เป็นนมโรงเรียนส่งจำหน่ายใน กทม. และหลายจังหวัดทั่วประเทศ

ถ้ำทะลุเขาฉกรรจ์


เป็นภูเขาหินปูนรูปลักษณ์แปลกตา มีโพรงถ้ำที่น่าเที่ยวชมหลายแห่ง บางแห่งเป็นที่อาศัยของลิงวอกฝูงใหญ่ นอกจากนี้ในช่วงค่ำค้างคาวจะพากันบินออกจากถ้ำไปหากินเป็นภาพที่สวยงามน่าชม
ที่ตั้ง อยู่ภายในวัดถ้ำเขาฉกรรจ์ บ้านเขาฉกรรจ์ ต.เข้าฉกรรจ์ อ.เขาฉกรรจ์ ห่างจากตัวเมืองสระแก้วประมาณ 18 กิโลเมตร รถยนต์ จากสามแยกสระแก้ว ใช้ทางหลวงหมายเลข 317 ไปทาง อ.เขาฉกรรจ์ประมาณ 16 กิโลเมตร พบสวนรุกขชาติเขาฉกรรจ์ทางซ้ายมือ เลยไปเล็กน้อยพบทางแยก ให้เลี้ยวซ้ายประมาณ 250 เมตร ถึงเขาฉกรรจ์
สิ่งที่น่าสนใจ เขาฉกรรจ์เป็นเทือกเขาหินปูนสามลูกต่อเนื่องกันยอดกลางสูงสุด สูง 324 เมตร จากระดับน้ำทะเล เทือกเขาเป็นหน้าผาสูงชันทำมุมเกือบตั้งฉากกับพื้นดิน พื้นผิวหน้าผาเป็นริ้วคล้ายม่าน ตามหลืบหินมีพรรณไม้นานาชนิดขึ้นแซม ปัจจุบันจัดเป็นสวนรุกขชาติ ผู้สัญจรผ่านไปมาบนทางหลวงสามารถมองเห็นได้ในระยะไกล
ถ้ำทะล ตั้งอยู่บนส่วนยอดของเขาฉกรรจ์ เป็นถ้ำหนึ่งในจำนวน 72 ถ้ำของเขาฉกรรจ์ต้องเดินขึ้ยบันไดพญานาคไปหว่า 300 ขั้น ถ้ำมีลักษณะเป็นช่องโหว่กลางเขาทะลุไปอีกด้านหนึ่งหากมองจากด้านล่างขึ้นไปจะมองช่องทะลุได้อย่างชัดเจน ภายในถ้ำประดิษฐานพระพุทธรูป พระพุทธบราทจำลอง และฤาษีสองตน ให้ผู้ศรัทธาได้เข้ามานมัสการ
ลิงวอก ช่วงเช้าและช่วงเย็นลิงวอกนับพันตัวที่อาศัยอยู่ในบริเวณเขาฉกรรจ ์จะพากันลงมารอรับอาหารจากนักท่องเที่ยวที่บริเวณลานจอดรถการปีนป่ายลงมาตามหน้าผาสูงชันของบรรดาลิง เป็นความสามารถและพฤติกรรมที่น่าสนใจ ลิงบางตัวมีลูกน้อยตัวเล็กจิ๋วขนาดเท่าลูกแมวเกาะอกแม่ลงมาด้วย

ปราสาทสด๊กก๊อกธม


หรือปราสาทเมืองพร้าวสร้างขึ้นในช่วงพุทธศตวรรษที่15-16 เป็นปราสาทที่มีขนาดใหญ่ที่สุดของภาคตะวันออก มีลวดลายประดับสวยงาม ปัจจุบันอยู่ระหว่างการบูรณะด้วยวิธีอนัสติโลซิส(คือการรื้อปราสาทออกมาทีละชิ้นแล้วนำไปประกอบขึ้นใหม่ให้มั่นคง)
ที่ตั้ง        บ้านหนองเสม็ด ต.โคกสูง อ.โคกสูง รถยนต์จากอ.อรัญประเทศ ใช้ทางหลวงหมายเลข 348 ไปทางอ.ตาพระยา ผ่านที่ว่าการ อ.โคกสูงไปประมาณ 3.5 กิโลเมตร พบทางแยกขวาให้เลี้ยวเข้าไปประมาณ 7 กิโลเมตร ถึงสามแยกบริเวณบ้านหนองเสม็ดให้เลี้ยวซ้ายไปอีก 2 กิโลเมตร พบทางเข้าปราสาททางขวาให้เลี้ยวเข้าไป 2.5 กิโลเมตร ถึงบริเวณที่ตั้งปราสาท
ประวัติ   ค้นพบจารึกสองหลัก หลักแรกพบเมื่อพ.ศ. 2511 ระบุศักราช 1480 ตรงกับสมัยพระเจ้าชัยวรมันที่ 4 (ศิลปะแบบเกาะแกร์)บันทึกเรื่องราวการถวายทาสชายหญิงดูแลรักษาศิวลึงค์ นักวิชาการให้ความสำคัญแก่จารึกหลักนี้ไม่เท่าหลักที่ 2 ซึ้งค้นพบก่อนหลักแรก คือพบเมื่อพ.ศ.2444 บริเวณทิศเหนือของปราสาทจารึกระบุศักราชตรงกับปี พ.ศ. 1595 บันทึกถึงการที่พระเจ้าอุทัยทิตยวรมันที่ 2พระราชทานที่ดินและผู้คนเพื่อสร้างปราสาทถวายแด่พราหมณ์สทาศิวะผู้เป็นอาจารย์ ทั้งยังบันทึกถึงการสืบสายตระกูลพราหมณ์สทาศิวะ ควบคู่ไปกับพระนามของกษัตรย์ย้อนหลังไป 250 ปี จนถึงต้นตระกูลคนแรกคือพราหมณ์ศิวไกวัลยะในปี พ.ศ.1345
สิ่งที่น่าสนใจ        แผนผังปราสาท ปราสาทก่อด้วยหินทรายและศิลาแลงตามลักษณธศิลปะเขมรแบบคลัง-บาปวนในช่วงพุทธศวรรษที่ 15-16 ผังปราสาทด้านนอกเป็นกำแพงแก้ว ก่อด้วยศิลาแดง ยาวราว 127 เมตร มีทางเข้าหลักคือโคปุระหรือซุ้มประตูด้านทิศตะวันออกสร้างด้วยหินทรายผ่านโคปุระเข้ามาจะพบคูน้ำรูปตัวยูล้อมปราสาท กว้างราว 20 เมตร ถัดเข้าไปเป็นระเบียงคดล้อมรอบตัวปราสาท ยาวราว 42.5 เมตร มีโคปุระอยู่กึ่งกลางกำแพงระเบียงคดทั้งสี่ด้านพื้นที่ตั้งตัวปราสาทมีปรางค์ประธานอยู่บรเวณกลาง ด้านหน้าปรางค์ประธานบริเวณมุมระเบียงคดเป็นที่ตั้งของบรรณาลัยสองหลัง สันนิษฐานว่าเป็นที่เก็บตำราคัมภีร์ปราสาทนี้หันหน้าไปทางทิศตะวันออกเช่นเดียวกับปราสาทขอมอื่นๆ ด้วยความเชื่อของขอมที่ว่า ทิศตะวันออกเป็นทิศแห่งพลังแสงสว่าง และสิริมงคล ส่วนทิศตะวันตกเป็นทิศแห่งความตาย นอกจากนี้ผังปราสาทยังแสดงให้เห็นถึงความเชื่อเรื่องจักรวาลของศาสนาฮินดู โดยมีเ้ขาพระสุเมรุอยู่กึ่งกลางล้อมด้วยห่วงน้ำมหึมา เมือ่เราเดินเข้าโคปุระด้านทิศตะวันออกของกำแพงแก้ว ผ่านคูน้ำและระเบียงคดเข้าไป ก็เท่ากับเราได้เข้าสู่ใจกลางจักรวาล ปรางค์ประธานเปรียบเสมือนเขาพระสุเมรุ ล้อมรอบด้วยเสาเป็นปริมณฑลบ่งบอกว่าเป็นเขตศักดิ์สิทธิ์สูงสุดภายในปรางค์ประธานเดิมเป็นที่ประดิษฐานศิวลึงค์อันเป็นรูปเคารพแทนองค์ปพระศิวะ หนึ่งในเทพสูงสุดสามองค์ของฮินดู บ่งบอกว่าปราสาทแห่งนี้เป็นศาสนสถานของศาสนาฮินดูลัทธิไศวนิกายซึ่งนับถือพระศิวะเป็นใหญ่ (ทว่าปัจจุบันเหลือแต่เพียงฐานโยนีเท่านั้น)
อุทยานแห่งชาติปางสีดา - ตาพระยา

อุทยานตาพระยา ผืนป่ามรดกโลกดงพญาเย็น-เขาใหญ่ด้านตะวันออก เขตจังหวัดสระแก้วและบุรีรัมย์ติดกับปางสีดา ด้วยความเป็นที่ราบโอบล้อมด้วยขุนเขาที่กั้นแดนระหว่างไทยกับกัมพูชา จึงเป็นถิ่นอาศัยของสัตว์ป่าหลายชนิด เช่น กระทิง เก้ง กวาง หมี เสือ วัวแดง ช้างป่า และนกมากกว่า 300 ชนิด มีเส้นทางศึกษาธรรมชาติหลายเส้นทาง เหมาะสำหรับผู้ที่ชอบดูนก ดูผีเสื้อ ศึกษาพรรณไม้ มีจุดชมวิว 2 จุด สถานที่ที่น่าสนใจได้แก่ เขายักษ์ ซึ่งเป็นก้อนหินทรายขนาดใหญ่กลางป่ามีภาพสลักเป็นรูปบุคคลคล้ายยักษ์ ป่าสลัดได เป็นพืชตระกูลตะบอลเพชรที่ขึ้นอยู่หนาแน่น
 ที่ตั้ง       บ้านคลองน้ำเขียว ต.ท่าแยก อ.เมืองสระแก้ว
 สิ่งที่น่าสนใจ      ที่เที่ยวที่เข้าถึงได้สะดวก เรียงรายอยู่บนเส้นทางหลวงหมายเลข 3462 (บางแห่งต้องเดินเข้าไปแต่ไม่ไกลนัก) มีดังนี้ ศูนย์บริการนักท่องเที่ยว (เปิดเวลา 08.00-16.30 น.) อยู่ภายในอาคารที่ทำการ ห่างจากด่านตรวจราว 200 เมตร นักท่องเที่ยวที่สนใจเดินป่าไปยังน้ำตก เช่น น้ำตกแควมะค่า น้ำตกถ้ำค้างคาว ควรแวะติดต่อที่ศูนย์นี้ก่อน ภายในศูนย์จัดแสดงเกี่ยวกับประวัติความเป็นมาและแหล่งท่องเที่ยวต่างๆภายในอุทยานฯ ด้วยภาพถ่ายและแบบจำลอง อีกทั้งมีโครงกระดูกของจระเข้น้ำจืดให้ชมด้วย

หลวงพ่อทองวัดสระแก้ว

หลวงพ่อทองวัดสระแก้ว
วัดสระแก้วเดิมเป็นวัดราษฎร์ พ.ศ. 2543 เลื่อนเป็นพระอารามหลวงชั้นตรีแห่งแรกของจังหวัดสระแก้ว เพื่อถวายเป็นพระราชกุศลในวโรกาสพระราชพิธีมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 6 รอบ ของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว
ที่ตั้ง  ถนนสุวรรณศร ต.สระแก้ว อ.เมืองสระแก้ว
ประวัติ   เดิมชาวบ้านเรียกว่าวัดหรอง วัดศาลานอก หรือวัดหนองกอไผ่ สร้างขึ้นเมื่อ พ.ศ. 2453 ปลายรัชกาลที่ 5 ต่อมาปี พ.ศ. 2466 หลวงพ่อพรหมา จนฺทสโร ร่วมกับท่านขุนประกอบวิชาการ ปลัดกิ่งอำเภอสระแก้ว และชาวบ้าน ย้ายมาสร้างวัดในที่แห่งนี้ใหม่ โดยมีพระครูรัตนสราธิคุณ หรือหลวงพ่อทอง เป็นหัวเรี่ยวหัวแรง จนได้รับการแต่งตั้งเป็เนจ้าอาวาสรูปแรกเมื่อ พ.ศ. 2491
สิ่งที่น่าสนใจ  วิหารหลวงพ่อทอง เป็นวิหารทรงไทย ที่ประดิษฐานพระรูปหล่อของหลวงพ่อทอง หรือพระครูรัตนสราธิคุณ อดีตเจ้าอาวาสวัดสระแก้วที่ชาวสระแก้วให้ความเคารพนับถือ หลวงพ่อทองมีคุณูปการทั้งในด้านการเผยแผ่พระพุทธศาสนาและใช้วิชาแพทย์แผนโบราณรักษาโรคให้ชาวบ้าน


แหล่งท่องเที่ยวจังหวัดสระแก้ว